Technical Guide | CRM & ISO 17025

ยกระดับการสอบเทียบเครื่องมือห้องปฏิบัติการด้วยสารมาตรฐาน CRM

สอบเทียบเครื่องมือ ให้แม่นยำและสอบกลับได้ด้วยสารมาตรฐานรับรอง CRM สำหรับห้องปฏิบัติการที่ต้องการควบคุมคุณภาพผลวิเคราะห์ตาม ISO/IEC 17025

สอบเทียบเครื่องมือ เป็นกระบวนการสำคัญของห้องปฏิบัติการที่ต้องการผลวิเคราะห์ถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะงานวิเคราะห์ธาตุ งานควบคุมคุณภาพ และงานทดสอบที่ต้องอ้างอิงมาตรฐาน ISO/IEC 17025

Moreover, ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเครื่องมือวิเคราะห์อาจทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อน ส่งผลต่อการตัดสินใจด้านการผลิต การปล่อยสินค้า หรือความปลอดภัยของผู้บริโภค

Therefore, การใช้สารมาตรฐานรับรอง CRM หรือ Certified Reference Material จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องมือได้อย่างเป็นระบบ และสามารถสอบกลับได้ทางมาตรวิทยา

ประเด็นสำคัญ: CRM ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อสร้างค่าอ้างอิง แต่ช่วยให้การสอบเทียบเครื่องมือมีหลักฐานรองรับ มีค่าความไม่แน่นอน และพร้อมต่อการตรวจประเมิน

สอบเทียบเครื่องมือ คืออะไร

การสอบเทียบคือการเปรียบเทียบค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือวัดกับค่าจริงที่ทราบแน่ชัดจากสารมาตรฐาน เพื่อประเมินค่าความคลาดเคลื่อนและปรับให้ผลการวัดกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

ในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ธาตุ เครื่องมืออย่าง XRF, OES และ ICP อาจเกิด Instrumental Drift จากอุณหภูมิ ความชื้น การใช้งานต่อเนื่อง หรือการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนภายใน

As a result, หากไม่มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ผลวิเคราะห์อาจไม่คงที่และทำให้การตัดสินใจด้าน QC ผิดพลาดได้

บทบาทของ CRM ต่อการสอบเทียบเครื่องมือตาม ISO 17025

CRM หรือ Certified Reference Material คือสารมาตรฐานรับรองที่มีค่ารับรองอย่างเป็นทางการ พร้อม Certificate of Analysis หรือ COA ซึ่งระบุค่าความไม่แน่นอน วิธีวิเคราะห์ Lot Number และเงื่อนไขการใช้งาน

สำหรับห้องปฏิบัติการที่ดำเนินงานตาม ISO/IEC 17025 การเลือก CRM ที่เหมาะสมช่วยสนับสนุนการสอบกลับได้ทางมาตรวิทยา และช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าผลการวัดมีความน่าเชื่อถือ

สามารถศึกษาข้อมูลมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้จาก ISO/IEC 17025 Official และ ISO 17034 Official

องค์ประกอบบทบาทต่อห้องปฏิบัติการสิ่งที่ควรตรวจสอบ
CRMใช้เป็นค่าอ้างอิงที่มีการรับรองค่ารับรอง, Uncertainty, Lot Number, COA
COAเป็นเอกสารหลักฐานสำหรับการสอบกลับวิธีวิเคราะห์, หน่วยวัด, วันหมดอายุ, เงื่อนไขจัดเก็บ
Traceabilityเชื่อมโยงผลวัดกับระบบมาตรวิทยาแหล่งรับรอง, NMI, ผู้ผลิตที่มีระบบคุณภาพ

ขั้นตอนการสอบเทียบเครื่องมือวิเคราะห์

การสอบเทียบเครื่องมือในงานวิเคราะห์ธาตุควรทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกสารมาตรฐาน การสร้าง Calibration Curve ไปจนถึงการตรวจสอบความเสถียรของเครื่องมือ

การจัดเตรียม Calibration Curve

อันดับแรก เครื่องมือวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะแปลงสัญญาณ เช่น intensity ให้เป็นค่าความเข้มข้นหรือปริมาณธาตุ ดังนั้น การสร้าง Calibration Curve ต้องใช้ CRM หลายระดับที่ครอบคลุมช่วงการวัดจริง

การเลือก Matrix Matching

In addition, CRM ควรมี matrix หรือองค์ประกอบพื้นฐานใกล้เคียงกับตัวอย่างจริง เช่น โลหะผสม น้ำมัน แร่ หรือวัสดุอุตสาหกรรม เพื่อช่วยลด Matrix Effect และเพิ่มความถูกต้องของผลวัด

การตรวจสอบ Intermediate Check

ระหว่างรอบการสอบเทียบ ห้องปฏิบัติการควรทำ Intermediate Check ด้วย CRM หรือ Check Standard เพื่อยืนยันว่าเครื่องมือยังคงอ่านค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

1. Select CRMเลือกสารมาตรฐานที่เหมาะกับ matrix และช่วงการวัด
2. Verify COAตรวจสอบค่ารับรอง ความไม่แน่นอน และวันหมดอายุ
3. Build Curveสร้าง Calibration Curve ด้วยค่ามาตรฐานหลายระดับ
4. Check Driftตรวจสอบสัญญาณและความเสถียรของเครื่องมือ
5. Record Resultบันทึกผลการตรวจสอบและค่าเบี่ยงเบน
6. Review Trendติดตามแนวโน้มด้วย Control Chart

การคำนวณค่าความไม่แน่นอนในการสอบเทียบ

ค่าความไม่แน่นอนหรือ Uncertainty เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยแสดงระดับความเชื่อมั่นของผลการวัด โดยเฉพาะห้องปฏิบัติการที่ต้องการรายงานผลอย่างเป็นทางการ

Moreover, การใช้ CRM ที่มีค่า uncertainty ต่ำและ COA ชัดเจน จะช่วยลดความไม่แน่นอนรวมของผลวิเคราะห์ และทำให้ผลการสอบเทียบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

องค์ประกอบหลักของ Uncertainty

  • uCRM: ความไม่แน่นอนจากค่ารับรองของสารมาตรฐาน
  • uinstrument: ความไม่แน่นอนจากความเสถียรของเครื่องมือ
  • umethod: ความไม่แน่นอนจากวิธีวิเคราะห์และการเตรียมตัวอย่าง
  • urepeatability: ความไม่แน่นอนจากการวัดซ้ำ

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีการควบคุมเครื่องมือ

แม้ห้องปฏิบัติการจะมีเครื่องมือวิเคราะห์คุณภาพสูง แต่หากไม่มีระบบตรวจสอบด้วย CRM อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงด้านคุณภาพจะเพิ่มขึ้นทันที

ปัญหาผลกระทบแนวทางป้องกัน
Instrumental Driftค่าที่อ่านได้ค่อย ๆ เบี่ยงเบนจากค่าจริงทำ Intermediate Check และ Control Chart
Repeatability Failureวัดตัวอย่างเดิมซ้ำแล้วได้ค่าต่างกันตรวจสอบเครื่องมือ วิธีเตรียมตัวอย่าง และ CRM
Measurement Biasค่าที่รายงานสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างเป็นระบบใช้ CRM ที่มี matrix ใกล้เคียงกับตัวอย่าง
Audit Findingไม่ผ่านการตรวจประเมิน ISO 17025จัดเก็บ COA, Record และ Traceability ให้ครบถ้วน

ทำไม Alpha Prime Lab ช่วยเลือก CRM ได้แม่นยำกว่า

Alpha Prime Lab ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้จำหน่ายสารมาตรฐาน แต่เป็น Technical Partner ที่ช่วยคัดเลือก CRM ให้เหมาะกับเครื่องมือ วิธีวิเคราะห์ และตัวอย่างจริงของห้องปฏิบัติการ

For example, งานโลหะ งานน้ำมัน งานเหมืองแร่ หรืองานสิ่งแวดล้อม ล้วนต้องการ CRM ที่มี matrix ต่างกัน หากเลือกผิด ผลการสอบเทียบอาจดูเหมือนถูกต้อง แต่ไม่สะท้อนตัวอย่างจริง

  • Matrix Matching: ช่วยเลือก CRM ให้ใกล้เคียงกับตัวอย่างจริง
  • Technical Support: แนะนำการใช้งาน การเตรียมตัวอย่าง และการตรวจสอบเครื่องมือ
  • Global Sourcing: ค้นหาสารมาตรฐานจากผู้ผลิตชั้นนำ เช่น LGC, Chemplex, MBH และแบรนด์สากลอื่น ๆ
  • Fast Response: มุ่งเน้นการตอบกลับใบเสนอราคาอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระบวนการแล็บสะดุด

แนวทางบำรุงรักษาและควบคุมระยะยาว

การทำ Calibration Plan ประจำปีและการตรวจสอบระหว่างรอบด้วย CRM จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพเครื่องมือได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงรอสอบเทียบปีละครั้ง

การใช้ Control Chart

Therefore, ห้องปฏิบัติการควรใช้ Control Chart เพื่อติดตามแนวโน้มของค่าที่วัดได้ในแต่ละวัน หากพบค่าที่เริ่มเบี่ยงเบน จะสามารถแก้ไขก่อนเกิดปัญหาใหญ่ได้

การจัดเก็บเอกสารสำหรับ Audit

Finally, เอกสารอย่าง COA, Calibration Record, Intermediate Check และ Uncertainty Budget ควรถูกจัดเก็บเป็นระบบ เพื่อให้พร้อมสำหรับ Internal Audit และ External Audit

  1. จัดทำ Master List ของ CRM ทั้งหมด
  2. ตรวจสอบ COA ก่อนนำสารเข้าสู่ระบบ
  3. กำหนดรอบ Intermediate Check ตามความเสี่ยงของเครื่องมือ
  4. ใช้ Control Chart เพื่อติดตาม drift
  5. แยกสารที่หมดอายุหรือไม่ผ่านเกณฑ์ออกจากพื้นที่ใช้งาน
  6. ทบทวน Calibration Plan อย่างน้อยปีละครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบเทียบเครื่องมือ

ควรสอบเทียบเครื่องมือบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไป ควร Verify เครื่องมือด้วย CRM ทุกวันก่อนเริ่มงาน และทำการสอบเทียบแบบเต็มระบบตามรอบที่กำหนด หรือเมื่อพบว่าค่าเบี่ยงเบนออกนอก Acceptance Criteria

RM กับ CRM ต่างกันอย่างไร

RM คือวัสดุอ้างอิงทั่วไป ส่วน CRM มีค่ารับรองอย่างเป็นทางการ พร้อมค่าความไม่แน่นอนและ COA จึงเหมาะกับงานที่ต้องการ traceability และการรองรับ ISO 17025

เครื่องมือ XRF, OES และ ICP ใช้ CRM เหมือนกันหรือไม่

ไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะแต่ละเทคนิคต้องการรูปแบบสารมาตรฐานและ matrix ที่แตกต่างกัน ห้องปฏิบัติการจึงควรเลือก CRM ให้ตรงกับเครื่องมือและ application จริง

Alpha Prime Lab ช่วยเลือก CRM ได้อย่างไร

ลูกค้าสามารถส่ง application, matrix, รายการธาตุ และช่วงความเข้มข้นที่ต้องการวิเคราะห์มาให้ทีม Technical Specialist เพื่อคัดเลือก CRM ที่เหมาะสมจากฐานข้อมูลผู้ผลิตทั่วโลก

สรุป: ความแม่นยำเริ่มต้นที่สารมาตรฐาน

สรุปแล้ว การสอบเทียบเครื่องมือที่ดีต้องอาศัยทั้งเครื่องมือที่เสถียร วิธีวิเคราะห์ที่ถูกต้อง และ CRM ที่เหมาะสมกับตัวอย่างจริง หากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งผิด ผลวิเคราะห์อาจคลาดเคลื่อนได้ทันที

In conclusion, การลงทุนใน CRM คุณภาพสูงช่วยลดความเสี่ยงจากผลวิเคราะห์ผิดพลาด ลดปัญหา audit และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับห้องปฏิบัติการในระยะยาว

ต้องการเลือก CRM สำหรับสอบเทียบเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ?

Alpha Prime Lab ช่วยคัดเลือกสารมาตรฐานรับรอง CRM สำหรับ XRF, OES, ICP, Mining, Alloy, Oil, Environmental และห้องปฏิบัติการอุตสาหกรรม พร้อมแนะนำการใช้งานให้เหมาะกับระบบคุณภาพ ISO 17025

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ

สร้างความเชื่อมั่นให้ห้องปฏิบัติการ ด้วยมาตรฐานการสอบกลับได้
คัดลอกลิงก์เรียบร้อยแล้ว